"บ้านผมหลังคามุงจาก
ฝาใช้ไม้ไผ่"
นายชวน
หลีกภัย เกิดที่ตำบลท้ายพรุ อำเภอเมือง
จังหวัดตรัง เป็นลูกคนที่ 3 จากพี่น้องทั้งหมด
9 คน ประกอบด้วยผู้ชาย 6 คน และผู้หญิง
3 คน พ่อเป็นครูประถมชื่อ ครูนิยม แม่เป็นชาวสวนยาง
แต่มาภายหลังเป็นแม่ค้า ชื่อ นางถ้วน
บ้านที่อยู่ตอนเด็กๆ นั้น หลังคามุงจาก
ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สานและไม่หมากขัดแตะ
พื้นบ้านเป็นพื้นดิน รอบๆ บ้านเป็นสวนยาง
ป่ารก ละแวกนั้นมีบ้านคนอยู่น้อย

แม่ถ้วน
เล่าให้ฟังว่าขณะที่นายชวนใกล้ถึงกำหนดคลอด
ครูนิยมผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นครูโรงเรียนวัดควนวิเศษ
ต้องพานักเรียนไปเข้าค่ายพักแรม ตามหมอตำแยไม่ทัน
แม่ถ้วนจึงคลอดนายชวนที่บ้านตามลำพัง
และตัดสายสะดือด้วยตนเอง
เมื่อนายชวนพูดถึงชีวิตวัยเด็ก
มักจะเล่าถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อน้องๆ
ว่า "
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือ
เลี้ยงน้อง ตอนเด็กๆ รู้สึกว่าน้องเหมือนมารผจญ
เวลาเล่นก็เล่นไม่สนุก จะไปอาบน้ำคลองก็กลัวน้องจะตกน้ำ
จะไปเล่นอะไรก็ไม่ถนัด ต้องคอยอุ้มดูแลน้องอยู่
คนที่โตกว่าก็ช่วยกันดูแลคนละคน อย่างไรก็ตาม
ชีวิตในบ้านก็เป็นปกติสุขดี พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างเหมือนครอบครัวทั่วๆ
ไป
แต่ทั้งคู่ก็ทำงานหนัก
" ครูนิยม
พ่อของนายชวน นอกจากสอนหนังสือแล้ว
ตอนเช้ายังช่วยแม่ถ้วนกรีดยาง พวกลูกๆ
ตอนเด็กๆ จึงมีหน้าที่เก็บน้ำยาง
ซึ่งต้องเดินเก็บทีละต้น เป็นจำนวนหลายร้อยต้น
ความที่ต้องทำทุกวันทำให้แขนข้างขวายาวกว่าข้างซ้าย
เพราะต้องหิ้วถังน้ำและน้ำยางด้านขวาหนักกว่าด้านซ้าย
ทำอย่างนี้เป็นเวลาหลายๆ ปี นายชวนมารู้ว่าแขนขวายาวกว่าแขนซ้าย
เมื่อมาเป็นผู้แทนราษฎร ไปให้ช่างวัดตัวตัดเสื้อนอก
ช่างตัดเสื้อบอกว่า แขนขวายาวกว่าแขนซ้าย
เรื่องน่าประทับใจมากๆ
ในตอนเป็นเด็ก คือ ช่วงที่ใบยางร่วง
ต้นยางจะเหลืองแดงไปทั้งสวน เวลาลมพัดมาเพียงเบาๆ
ใบยางจะปลิดจากขั้วหลุดลอยแกว่งไกวไปทั้งสวน
เด็กๆ ก็จะวิ่งขวักไขว่ไล่จับใบยางที่ร่วง
ใครจับได้โดยใบยางไม่ถึงพื้นดินก่อน
ก็ได้เฮกัน ขณะนั้นเป็นช่วงชีวิตที่สนุกสนานจริง



นายชวน
พูดถึงชีวิตในช่วงเด็กอีกว่า เด็กๆ
เรียนรู้จากธรรมชาติผ่านประสบการณ์จริง
"
ในชีวิตไม่เคยมีของเล่นที่ต้องซื้อ
ทุกอย่างทำด้วยมือ ทำให้รู้จักธรรมชาติ
เช่นรู้จักชนิดไม้แต่ละชนิดที่จะทำของเล่นได้
เพราะต้องอยู่กับธรรมชาติ และเมื่อเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย
จึงมักจะรักษากันเอง ทั้งไสยศาสตร์และยาพื้นบ้าน
เช่นเป็นแผลก็ใช้น้ำมันงูเหลือม"